แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562

เดินเล่นในถิ่นชาวจีน

 
แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงใกล้ถนนทรงวาด
ถิ่นชาวจีนใหญ่ที่สุดของกรุงเทพตั้งอยู่บนถนนไม่กี่สาย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งค้าส่ง การเงิน การธนาคารที่ทรงอิทธิพล และมีกระแสเงินหมุนเวียนจำนวนมาก
ตึกแถวริมถนนทรงวาด
ในอดีต โกดังค้าส่งขนาดใหญ่จะอยู่บนถนนทรงวาด ซึ่งเป็นถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าน้ำราชวงศ์ถึงบริเวณหน้าวัดไตรมิตร หากเดินไปบนถนนสายนี้จะได้รับลมโชยมาเบา ๆ พร้อมกับกลิ่นสดชื่นพิเศษของสายน้ำในเขตร้อน ตลอดถนนทั้งสายจะเห็นคนงานรูปร่างแข็งแรงช่วยกันแบกสินค้าขึ้นลง ปัจจุบันเมื่อวิธีการขนส่งเปลี่ยนไป ศูนย์กระจายสินค้าออกไปอยู่นอกเมืองมากขึ้น ถนนทรงวาดก็ไม่แน่นขนัดเหมือนเดิม มีร่องรอยการเปลี่ยนวิธีการใช้ที่ดินให้เห็น มีที่จอดรถริมแม่น้ำ เกิดจากการปรับพื้นที่เมื่อรื้ออาคารเก่าลง สามารถไปยืนรับลมริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาได้ แต่สถานที่สำคัญที่อยู่บนถนนทรงวาดมานาน น่าจะได้แก่มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก ตั้งชื่อตามชื่อท่านผู้บริจาคเงินส่วนตัวซื้อที่ดินและก่อสร้าง สำหรับให้คนงานมุสลิมได้ละหมาด โดยไม่ต้องข้ามไปละหมาดที่มัสยิดฝั่งตรงข้าม
มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก
ความผสมผสานกลมกลืนทางวัฒนธรรมและอยู่การร่วมกันอย่างสันติ มีอยู่ทั่วทุกตรอกซอยของถิ่นเมืองเก่าแห่งนี้ มัสยิดหลวงโกชาตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าเซียอึ้งกงและวัดสัมพันธวงศ์ เลียบกำแพงมัสยิดคืออาคารเก่าคร่ำ บ่งบอกริ้วรอยแห่งกาลเวลา เป็นที่อยู่อาศัยเงียบสงบของคนในท้องถิ่น

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ร้านกาแฟบูทีคในถิ่นชาวจีน





ภาพลักษณ์ของถิ่นชาวจีนในกรุงเทพกำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ ปัจจุบัน เยาวราชและถนนที่รายรอบอยู่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสดีริมถนน นักท่องเที่ยวไทยและเทศหลั่งไหลกันเข้ามาเดินในย่านนี้ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสัมผัสชีวิตของเมืองเก่าที่ยังคงรุ่งโรจน์  
ในความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปนี้ แม้ร้านกาแฟเก่าแก่มีชื่อเสียงดั้งเดิมยังคงเปิดกิจการอยู่ แต่ก็มีคนรุ่นใหม่กล้าเข้ามาเปิดกิจการร้านขายกาแฟสดในย่านนี้ด้วยเช่นกัน เป็นร้านกาแฟที่อยู่ในโรงแรมบูทีคเล็ก ๆ โรงแรมนี้ปรับปรุงจากบ้านเก่า เจ้าของบ้านเดิมเป็นมุสลิมต่างนิกายที่แต่งงานอย่างถูกต้อง แม้จะไม่เป็นที่ชอบใจของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลมากนัก บ้านถูกตกแต่งปรับปรุงใหม่ในสไตล์เดิม และร้านกาแฟก็ตกแต่งให้เข้ากับตัวบ้าน
กาแฟรสพิเศษของร้านมีอยู่สี่ห้าชนิด ได้ทดลองเลือกชิม โคลาเพรสโซ (Colapresso) เป็นโคลาผสม เอสเพรสโซ รสออกเปรี้ยว เจ้าของร้านแนะนำว่า ไปกันได้ดีกับเค้กกล้วยบวดชี แต่ไม่ได้ลอง ได้แต่จิบกาแฟ มองทัศนียภาพในสวนอย่างผ่อนคลาย
Colapresso

Boutique hotel



วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บ้านภูมินทรา – ในเมืองเงียบสงบ


          การไปแวะซื้อข้าวเกรียบปากหม้อหน้าเรือนจำ ถนนเดียวกับวัดภูมินทร์ ทำให้เราไปเจอเอาที่พักแห่งนี้เข้าโดยบังเอิญ บ้านภูมินทราเป็นที่พักแบบที่ในต่างประเทศเรียกว่า Bed and Breakfast คือมีที่พักรวมอาหารเช้าให้ ตัวอาคารเป็นบ้านไม้แบบโบราณ แต่งภายในด้วยของใช้ในยุค 1950
          บ้านนี้มีห้องนอนอยู่แค่สี่ห้อง ไม่มีห้องอาหาร ตอนเช้า เจ้าของบ้านใจดีก็ไปซื้ออาหารเช้าในตลาดมาให้ และเลี้ยงกาแฟสดในห้องนั่งเล่นข้างล่าง แต่ถ้าใครอยากทำอาหารทานเอง เขาก็มีครัวกับเครื่องครัวไว้ให้ เราชอบบ้านสวยนี้กันมาก คิดกันอยู่ว่าจะกลับมาอีกครั้ง เพื่อมาพักเที่ยวในเมืองสักสองสามวัน







วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

ข่วงเมืองน่าน

ดนตรีพื้นเมืองหน้าวัดภูมินทร์
          ช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ที่จังหวัดน่านจะมีถนนคนเดินเหมือนกัน แต่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก เขาจัดกันที่บริเวณที่เรียกว่า ข่วงเมือง หน้าวัดภูมินทร์ คำว่า “ข่วงเมือง” หมายถึงสถานที่สาธารณะมีลักษณะเป็นลานกว้าง ซึ่งชาวเมืองสมัยโบราณใช้ร่วมกัน อาจเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีด้วยก็ได้
          ถนนคนเดินที่น่าน เปิดให้คนมาหาอาหารเย็นรับประทาน เขาปูเสื่อ และมีโตกไว้ให้ ใครจะเลือกซื้ออาหารอะไรก็ได้ กลุ่มที่มาด้วยกันก็ล้อมวงรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน มีการแสดงนิดหน่อย เช่นวงดนตรีพื้นเมือง หรือการฟ้อนเล็กน้อย หรือใครจะซื้อไปทานที่บ้านก็ได้ อาหารที่ขาย เน้นหนักไปทางอาหารพื้นเมือง เช่นข้าวจี่ ลาบปลา แกงฮังเล หมูย่าง ไก่ทอด หมูย่างอบโอ่งที่ข่วงเมือง รสชาดดีทีเดียว ของทานเล่นที่เห็นแปลกก็มีโรตีกรอบ เขาแผ่โรตีออกเป็นแผ่นบาง เมื่อราดนมข้นและโรยน้ำตาลแล้ว ก็ม้วนเป็นทรงกระบอก ห่อกระดาษ รับประทานร้อนๆกรอบดี ข้าวเกรียบว่าวที่นี่ แป้งหนากว่าทางภาคกลาง แต่ปิ้งแล้วก็กรอบเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ละลายในปาก เหมือนของภาคกลางเท่านั้น
          น่านเป็นจังหวัดเงียบสงบ ข่วงเมืองเปิดถึงราวสี่ทุ่มก็ไม่มีคนแล้ว ใครไปน่านในวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็อย่าลืมแวะไปเดินเล่น และจะมีโอกาสได้เห็นทั้งวัดภูมินทร์ และวัดช้างค้ำประดับไฟยามค่ำคืนด้วย
วัดช้างค้ำ

โรตีกรอบ

ม้วนโรตีกรอบ

ลาบปลา

แกงฮังเลแบบน่าน(ในหม้อ) น้ำจะข้นกว่าแบบเชียงใหม่

ข้าวเกรียบว่าว แป้งหนากว่าของภาคกลาง

ซื้ออาหารแล้วก็มานั่งบนเสื่อที่เขาปูไว้ให้ แกะอาหารออกวางบนโตกได้เลย

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ร้านกาแฟซิตี้ไลท์


  ร้านนี้ตั้งอยู่ในสุขุมวิท ซอย 4 ค่ะ เป็นห้องแถวแคบๆ ห้องหนึ่ง เจ้าของร้านนี้ คือมูลนิธิไนท์ไลท์ เป็นมูลนิธิที่ช่วยผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนนะคะ ที่มาตั้งร้านอยู่ที่นี่ ก็เหมือนมาตั้งสำนักงานอยู่ในพื้นที่ ที่หาลูกค้าง่ายนั่นเอง แต่แทนที่จะเปิดสำนักงาน แล้วต้องเสียค่าใช้จ่าย ก็ขายกาแฟซะเลย เพื่อนำรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายสำนักงาน โดยมีอาสาสมัครมาช่วยทำงานในร้าน มีทั้งอาสาสมัครชาวไทยและต่างชาตินะคะ 
ทีนี้จะเล่าเรื่อง งานของมูลนิธิไนท์ไลท์ หน่อยค่ะ มูลนิธินี้เขาเสนอความช่วยเหลือให้ผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนอยู่ และตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนงานไปทำอาชีพอื่น ผู้ที่สนใจก็มาติดต่อสำนักงานได้ ทางสำนักงานก็จะช่วย สอนอาชีพให้ และมีสอนภาษาอังกฤษให้บ้าง คนที่อยากเปลี่ยนอาชีพก็ตั้งใจเรียน เพื่อจะได้มีงานดีๆทำ
ร้านนี้เขาใช้กาแฟดอยช้าง ซึ่งเขาว่าเป็นกาแฟที่รับซื้อจากชาวบ้านในราคาที่เป็นธรรมค่ะ ขนมของเขาก็รสดีค่ะ มีคนต่างชาติมาสอนให้ทำ วันที่ไปลองสั่งกาแฟอเมริกาโนมาชิม รสชาดใช้ได้ ไม่บางเกินไป และสำหรับท่านที่ชอบเครื่องดื่มเย็น ทางร้านก็มีกาแฟสูตรที่คิดขึ้นเองไว้บริการ ในราคาไม่แพงค่ะ