วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ที่บ้านสวน

 

ในสวน

คุณป้ามีที่ดินเปล่าอยู่ในซอยบนถนนแจ้งวัฒนะแปลงหนึ่ง ต้องเข้าซอยไปลึก แต่เมื่อไปถึงแล้วกลายเป็นพื้นที่เงียบสงบมาก ราวกับอยู่ต่างจังหวัด คุณป้าใช้ที่แปลงนี้ปลูกผักสวนครัวหลายอย่าง ตั้งใจว่าจะเอาไว้ทานเองบ้าง แจกบ้าง ขายบ้าง ตามแต่โอกาส การันตีว่าเป็นผักอินทรีย์ทุกต้น

แล้วคุณป้าก็เลยสร้างอาคารชั้นเดียวในที่ดินแปลงนี้ เป็นห้องโล่ง ๆ มีระเบียงกว้าง ๆ ตั้งโต๊ะอาหารได้ มีทั้งครัวฝรั่ง ครัวไทย ไว้ทำอาหารกัน เผื่อใครอยากมาใช้สถานที่ พักผ่อน ก็ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างจังหวัด นั่งอยู่บนบ้านลมเย็นพัดโชยมาตลอดเวลา จะคุยกันเสียงดังแค่ไหนก็ได้ เพราะรับแขกได้ทีละกลุ่มเดียว

คุณป้าให้หลานทดลองทำอาหารแบบพ่อครัวใหญ่คิดเมนูเอง ชวนหน่วยกล้าตายไปลองชิม สนุกมาก

หน่วยกล้าตายได้รับ welcome drink เป็นค็อกเทลที่ใช้ base เหล้ารัมขาว ใส่น้ำสับปะรดเปรี้ยว ๆ ลอยหน้าด้วยสับปะรดอบแห้งที่ทำให้ดูเหมือนดอกไม้ ตามมาด้วย อาหารคาว-หวานแบบตามใจเชฟ มีผักที่ปลูกเองในสวนเป็นส่วนประกอบด้วย

ที่เก๋กู้ด คือไอเดียคุณป้าในการปลูกผักอินทรีย์ และให้เช่าสถานที่มาสังสรรกันนี่เอง ใครจะมาจัดสังสรร โดยนำอาหารมาคนละอย่างก็ได้ ใครจะมาย่างบาร์บีคิวก็ได้ ใครจะมาทานอาหารโดยมีพ่อครัวปรุงให้ แล้วนั่งคุยกันเพลินๆ ก็ได้ หรือใครจะซื้อผักกลับบ้านด้วยก็ได้

การได้พักผ่อนในบรรยากาศเงียบสบาย อากาศดี สักชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ทำให้โลกละไมขึ้นได้ไม่น้อยทีเดียว

ห้องครัวน่าสบาย



นั่งเล่น-ชมสวน

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563

ข้าวต้มแห้งโกวิด




ช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด คุณเพื่อนผู้แสนดีคนหนึ่งก็ส่งข้อความมาทางไลน์ แนะนำว่า การสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสนี้ ให้ใช้วิธีของคนโบราณ คือต้มขิง ข่า ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม ดื่มทุกวัน จะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง ฮ้า... จริงดิ... ที่บอกมานั้นส่วนใหญ่มันคือเครื่องต้มยำชัด ๆ การนำเครื่องต้มยำมาทำเครื่องดื่มย่อมเสียเหลี่ยมลูกคนไทยยิ่งนัก
แต่เราจะทำยังไงให้ร่างกายเพิ่มภูมิคุ้มกันได้นี่สิ ถ้าจะใส่เครื่องให้ครบทุกอย่าง ต้มยำก็อาจจะรสแปลกไปนิดหน่อย เพราะปกติเขาไม่ใส่กระเทียมกับขิงกัน เลยลองปรับสูตรดู
นึกถึงข้าวต้มแห้งที่ร้านหนึ่งในภูเก็ต ใส่กระเทียมเจียวเยอะมาก แต่เขาใส่เนื้อสัตว์ลงไปในชามเลย ให้น้ำซุปเปล่าๆ มาซด ส่วนอีกร้านหนึ่งที่กรุงเทพ ไม่ใส่กระเทียมเจียว เป็นข้าวต้มเปล่าๆ คลุกน้ำมันนิดหน่อย โรยหน้าด้วยขิงซอยกับข่าซอยคั่วให้แห้งและต้นหอมซอยนิดหน่อย หอมมาก ร้านนี้เขาให้เนื้อสัตว์มาในน้ำซุปด้วย ปรุงได้ตามชอบ
เลยเอาสูตรของสองร้านมารวมกัน ทำน้ำสต๊อกจากซี่โครงอ่อนให้หวานน้ำต้มกระดูก เคี่ยวข้าวกับน้ำซุปที่ยังไม่ได้ปรุงจนแห้งงวดแล้วคลุกน้ำมันเจียวกระเทียมนิดหน่อย ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยขิงซอยกับข่าซอยคั่ว ตามด้วยต้นหอมซอยกับกระเทียมเจียว เสร็จแล้วปรุงซี่โครงอ่อนที่เคี่ยวไว้แบบต้มแซ่บ ใส่ข่า ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด ปรุงรสด้วยมะนาวเพิ่มวิตามินซี แถมมะเขือเทศไปอีกหน่อย เพิ่ม anti-oxidant ฮ่า.. ฮ่า.. ฮ่า.. คราวนี้โควิดมาต้องคิดหนักละว่าจะเจาะภูมิคุ้มกันเข้ามายังไง
คิดสูตรได้ในยุคโควิดระบาดพอดี เลยตั้งชื่อให้เข้าสมัยซะเลยว่า “ข้าวต้มแห้งโกวิด”

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562

บะหมี่น่องเป็ดอบหม้อดิน



น่องเป็ดพะโล้นี้ นอกจากจะรับประทานแบบพะโล้ หรือใช้ทำข้าวต้มเป็ดแล้ว ก็ยังนำมาปรุงอาหารได้อีกหลายอย่างเหมือนกัน ง่าย ๆ ก็นำมาอบหม้อดินกับบะหมี่ รสก็เข้ากันดี ภัตตาคารหลายแห่งใช้ขาห่าน แต่ของเราทำที่บ้าน น่องเป็ดพะโล้ก็จะหาง่ายกว่าหน่อย
วิธีการก็ไม่ยาก... เริ่มต้นรองก้นหม้อดินด้วยมันหมูแข็ง สับหอมแดงสักหัวกับกระเทียมสักสามกลีบ ปนกันใส่ลงไป ตามด้วยรากผักชีสับสักสองราก ลูกผักชี ยี่หร่าและพริกไทยเม็ด อย่างละช้อนชา แล้วก็วางน่องเป็ดทับลงไป เติมซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และน้ำมันหอย แล้วปิดฝา อบบนเตาประมาณ 5-7 นาที เปิดฝาออกมาเครื่องน่าจะสุกจนหอมแล้ว เติมน้ำซุปลงไปให้ท่วมเป็ด แล้วปิดฝาเคี่ยวต่อไปอีกสัก 20นาที เพื่อให้เนื้อเป็ดเปื่อยยุ่ย ระหว่างนั้นก็ลวกบะหมี่ ให้เส้นสวยไว้หน่อย อย่าให้เส้นนิ่มมาก พอเป็ดเปื่อยดีแล้ว เปิดฝา เทน้ำซุปลงบนเส้นบะหมี่ที่ลวกไว้แล้ว เวลาเทน้ำซุป ให้เทผ่านกระชอน เพื่อกรองเครื่องเทศที่เราใส่ไว้ เสร็จแล้วเทเครื่องเทศกลับไปอยู่ก้นหม้อตามเดิม คลุกน้ำซุปกับเส้นบะหมี่จนเข้ากันดี แล้วโปะบะหมี่ลงบนน่องเป็ด เทน้ำซุปผ่านเส้นบะหมี่ลงในหม้อ ปิดฝา อบต่อไปอีก ราว 5 นาที เท่านี้ เราก็จะได้บะหมี่อบน่องเป็ดหม้อดินแสนอร่อย เสิร์ฟกับ น้ำส้มพริกตำผสมน้ำกระเทียมดองนิดหน่อย เข้ากันดีค่ะ

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เยลลี่ดอกไม้



คนที่รักการฝีมือ ก็จะเป็นคนที่ละเอียด ปราณีตกับงานที่ตนเองทำ เวลาทำงานก็จะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานฝีมือ หรืองานศิลปะที่ตัวเองกำลังทำอยู่ และก็มักจะทำงานศิลปะได้หลายอย่าง เช่นเคยทำงานด้านเสื้อผ้า ก็อาจมาทำดอกไม้ประดิษฐ์ หรือทำอาหารพิเศษบางอย่างก็ได้
มีคนหนึ่งเป็นแบบนี้เลย สามารถทำเยลลี่ที่ใช้เข็มฉีดยาฉีดเยลลี่ที่มีสีให้เป็นรูปดอกไม้ได้ ที่จริงงานแบบนี้ก็เคยได้เห็นตามวิดีโอในโซเชียลมีเดียมาบ้าง แต่ของคนนี้อลังการระดับมาเป็นช่อเลยก็มี เหมือนวาดภาพช่อดอกไม้สามมิติลงบนเยลลี่ สมัยเริ่มหัดทำใหม่ ๆ เธอก็ทำเยลลี่ปกติ ออกรสเปรี้ยวนิดหน่อยตามแบบเยลลี่ทั่วไป
          แต่เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับเยลลี่รูปดอกกุหลาบมา คราวนี้ฝีมือพัฒนาไปมาก หอมกลิ่นดอกกุหลาบด้วย รสเปรี้ยว ๆ อร่อยมาก ทานกับไอสครีมรสนม เข้ากันดีทีเดียว... 





วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562

เดินเล่นในถิ่นชาวจีน

 
แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงใกล้ถนนทรงวาด
ถิ่นชาวจีนใหญ่ที่สุดของกรุงเทพตั้งอยู่บนถนนไม่กี่สาย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งค้าส่ง การเงิน การธนาคารที่ทรงอิทธิพล และมีกระแสเงินหมุนเวียนจำนวนมาก
ตึกแถวริมถนนทรงวาด
ในอดีต โกดังค้าส่งขนาดใหญ่จะอยู่บนถนนทรงวาด ซึ่งเป็นถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าน้ำราชวงศ์ถึงบริเวณหน้าวัดไตรมิตร หากเดินไปบนถนนสายนี้จะได้รับลมโชยมาเบา ๆ พร้อมกับกลิ่นสดชื่นพิเศษของสายน้ำในเขตร้อน ตลอดถนนทั้งสายจะเห็นคนงานรูปร่างแข็งแรงช่วยกันแบกสินค้าขึ้นลง ปัจจุบันเมื่อวิธีการขนส่งเปลี่ยนไป ศูนย์กระจายสินค้าออกไปอยู่นอกเมืองมากขึ้น ถนนทรงวาดก็ไม่แน่นขนัดเหมือนเดิม มีร่องรอยการเปลี่ยนวิธีการใช้ที่ดินให้เห็น มีที่จอดรถริมแม่น้ำ เกิดจากการปรับพื้นที่เมื่อรื้ออาคารเก่าลง สามารถไปยืนรับลมริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาได้ แต่สถานที่สำคัญที่อยู่บนถนนทรงวาดมานาน น่าจะได้แก่มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก ตั้งชื่อตามชื่อท่านผู้บริจาคเงินส่วนตัวซื้อที่ดินและก่อสร้าง สำหรับให้คนงานมุสลิมได้ละหมาด โดยไม่ต้องข้ามไปละหมาดที่มัสยิดฝั่งตรงข้าม
มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก
ความผสมผสานกลมกลืนทางวัฒนธรรมและอยู่การร่วมกันอย่างสันติ มีอยู่ทั่วทุกตรอกซอยของถิ่นเมืองเก่าแห่งนี้ มัสยิดหลวงโกชาตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าเซียอึ้งกงและวัดสัมพันธวงศ์ เลียบกำแพงมัสยิดคืออาคารเก่าคร่ำ บ่งบอกริ้วรอยแห่งกาลเวลา เป็นที่อยู่อาศัยเงียบสงบของคนในท้องถิ่น

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562

มาม่าผัดซอสยากิโซบะ





เห็นเด็กนักเรียนมัธยมเขานิยมทานมาม่าผัดกันจัง วันนี้เลยลองจัดดูบ้าง แต่เราเป็นสายชวนชิม จะผัดแบบที่นักเรียนทานก็กระไรอยู่ มันน่าจะต้องดูหรูขึ้นมาจากมาม่าผัดระดับสหกรณ์โรงเรียนสักหน่อย ก็เลยผัดแบบ “ยากิโซบะ” ของญี่ปุ่น
แต่ไหนแต่ไรเราก็ไม่ชอบเส้นบะหมี่โซบะอ้วน ๆ อยู่แล้ว คราวนี้ถูกใจได้ใช้เส้นมาม่า ซึ่งเป็นเส้นบะหมี่ที่ไปลดความอ้วนมาแล้ว ผอม สวย น่ารับประทาน หมูแฮมก็ไม่ใส่ เพราะองค์การอนามัยโลกประกาศให้หมูแฮม หมูเบคอน และไส้กรอกเป็นอาหารกลุ่มเสี่ยง มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง ของเราสายสุขภาพ ใช้หมูสามชั้นสไลซ์บางแทน ไม่มีสารก่อมะเร็ง มีแต่สารก่อไขมัน
ทีนี้ซอสที่ใช้ผัด ของเราก็หรู แทนที่จะเป็นซอสมะเขือเทศเฉยๆ ก็ผสมซีอิ๊วญี่ปุ่นลงไปหน่อยให้หอมๆ ตามด้วยซอสเปรี้ยว เพิ่มรสชาด และน้ำมันหอยนิดหน่อย เท่านี้ก็เป็นซอสแบบยากิโซบะแล้ว
วิธีการก็อนามัยกว่ามาม่าที่สหกรณ์โรงเรียนมาก เริ่มจากการต้มน้ำลวกบะหมี่ให้ขี้ผึ้ง (wax) ที่เคลือบเส้นไว้หลุดออก แล้วเทน้ำทิ้งไปก่อน นำหมูลงเจียวในกะทะกับหอมหัวใหญ่ซอยบางๆ ใส่แครอทผัดให้นิ่มลง ตามด้วยกะหล่ำปลีซอย เห็ดหอมซอย เส้นบะหมี่ และซอสผัดที่ผสมไว้ ถ้าใครชอบใส่ไข่ก็ได้ ใครไม่ชอบ ไม่ใส่ก็ได้ แล้วก็จัดใส่จาน โรยหน้าด้วยต้นคึ่นช่ายซอย
เสร็จแล้วค่ะ... มาม่าผัดซอสยากิโซบะ... อิตาดากิมัส...


วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ร้านกาแฟบูทีคในถิ่นชาวจีน





ภาพลักษณ์ของถิ่นชาวจีนในกรุงเทพกำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ ปัจจุบัน เยาวราชและถนนที่รายรอบอยู่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสดีริมถนน นักท่องเที่ยวไทยและเทศหลั่งไหลกันเข้ามาเดินในย่านนี้ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสัมผัสชีวิตของเมืองเก่าที่ยังคงรุ่งโรจน์  
ในความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปนี้ แม้ร้านกาแฟเก่าแก่มีชื่อเสียงดั้งเดิมยังคงเปิดกิจการอยู่ แต่ก็มีคนรุ่นใหม่กล้าเข้ามาเปิดกิจการร้านขายกาแฟสดในย่านนี้ด้วยเช่นกัน เป็นร้านกาแฟที่อยู่ในโรงแรมบูทีคเล็ก ๆ โรงแรมนี้ปรับปรุงจากบ้านเก่า เจ้าของบ้านเดิมเป็นมุสลิมต่างนิกายที่แต่งงานอย่างถูกต้อง แม้จะไม่เป็นที่ชอบใจของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลมากนัก บ้านถูกตกแต่งปรับปรุงใหม่ในสไตล์เดิม และร้านกาแฟก็ตกแต่งให้เข้ากับตัวบ้าน
กาแฟรสพิเศษของร้านมีอยู่สี่ห้าชนิด ได้ทดลองเลือกชิม โคลาเพรสโซ (Colapresso) เป็นโคลาผสม เอสเพรสโซ รสออกเปรี้ยว เจ้าของร้านแนะนำว่า ไปกันได้ดีกับเค้กกล้วยบวดชี แต่ไม่ได้ลอง ได้แต่จิบกาแฟ มองทัศนียภาพในสวนอย่างผ่อนคลาย
Colapresso

Boutique hotel