วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เยลลี่ดอกไม้



คนที่รักการฝีมือ ก็จะเป็นคนที่ละเอียด ปราณีตกับงานที่ตนเองทำ เวลาทำงานก็จะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานฝีมือ หรืองานศิลปะที่ตัวเองกำลังทำอยู่ และก็มักจะทำงานศิลปะได้หลายอย่าง เช่นเคยทำงานด้านเสื้อผ้า ก็อาจมาทำดอกไม้ประดิษฐ์ หรือทำอาหารพิเศษบางอย่างก็ได้
มีคนหนึ่งเป็นแบบนี้เลย สามารถทำเยลลี่ที่ใช้เข็มฉีดยาฉีดเยลลี่ที่มีสีให้เป็นรูปดอกไม้ได้ ที่จริงงานแบบนี้ก็เคยได้เห็นตามวิดีโอในโซเชียลมีเดียมาบ้าง แต่ของคนนี้อลังการระดับมาเป็นช่อเลยก็มี เหมือนวาดภาพช่อดอกไม้สามมิติลงบนเยลลี่ สมัยเริ่มหัดทำใหม่ ๆ เธอก็ทำเยลลี่ปกติ ออกรสเปรี้ยวนิดหน่อยตามแบบเยลลี่ทั่วไป
          แต่เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับเยลลี่รูปดอกกุหลาบมา คราวนี้ฝีมือพัฒนาไปมาก หอมกลิ่นดอกกุหลาบด้วย รสเปรี้ยว ๆ อร่อยมาก ทานกับไอสครีมรสนม เข้ากันดีทีเดียว... 





วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562

เดินเล่นในถิ่นชาวจีน

 
แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงใกล้ถนนทรงวาด
ถิ่นชาวจีนใหญ่ที่สุดของกรุงเทพตั้งอยู่บนถนนไม่กี่สาย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งค้าส่ง การเงิน การธนาคารที่ทรงอิทธิพล และมีกระแสเงินหมุนเวียนจำนวนมาก
ตึกแถวริมถนนทรงวาด
ในอดีต โกดังค้าส่งขนาดใหญ่จะอยู่บนถนนทรงวาด ซึ่งเป็นถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าน้ำราชวงศ์ถึงบริเวณหน้าวัดไตรมิตร หากเดินไปบนถนนสายนี้จะได้รับลมโชยมาเบา ๆ พร้อมกับกลิ่นสดชื่นพิเศษของสายน้ำในเขตร้อน ตลอดถนนทั้งสายจะเห็นคนงานรูปร่างแข็งแรงช่วยกันแบกสินค้าขึ้นลง ปัจจุบันเมื่อวิธีการขนส่งเปลี่ยนไป ศูนย์กระจายสินค้าออกไปอยู่นอกเมืองมากขึ้น ถนนทรงวาดก็ไม่แน่นขนัดเหมือนเดิม มีร่องรอยการเปลี่ยนวิธีการใช้ที่ดินให้เห็น มีที่จอดรถริมแม่น้ำ เกิดจากการปรับพื้นที่เมื่อรื้ออาคารเก่าลง สามารถไปยืนรับลมริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาได้ แต่สถานที่สำคัญที่อยู่บนถนนทรงวาดมานาน น่าจะได้แก่มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก ตั้งชื่อตามชื่อท่านผู้บริจาคเงินส่วนตัวซื้อที่ดินและก่อสร้าง สำหรับให้คนงานมุสลิมได้ละหมาด โดยไม่ต้องข้ามไปละหมาดที่มัสยิดฝั่งตรงข้าม
มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก
ความผสมผสานกลมกลืนทางวัฒนธรรมและอยู่การร่วมกันอย่างสันติ มีอยู่ทั่วทุกตรอกซอยของถิ่นเมืองเก่าแห่งนี้ มัสยิดหลวงโกชาตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าเซียอึ้งกงและวัดสัมพันธวงศ์ เลียบกำแพงมัสยิดคืออาคารเก่าคร่ำ บ่งบอกริ้วรอยแห่งกาลเวลา เป็นที่อยู่อาศัยเงียบสงบของคนในท้องถิ่น

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562

มาม่าผัดซอสยากิโซบะ





เห็นเด็กนักเรียนมัธยมเขานิยมทานมาม่าผัดกันจัง วันนี้เลยลองจัดดูบ้าง แต่เราเป็นสายชวนชิม จะผัดแบบที่นักเรียนทานก็กระไรอยู่ มันน่าจะต้องดูหรูขึ้นมาจากมาม่าผัดระดับสหกรณ์โรงเรียนสักหน่อย ก็เลยผัดแบบ “ยากิโซบะ” ของญี่ปุ่น
แต่ไหนแต่ไรเราก็ไม่ชอบเส้นบะหมี่โซบะอ้วน ๆ อยู่แล้ว คราวนี้ถูกใจได้ใช้เส้นมาม่า ซึ่งเป็นเส้นบะหมี่ที่ไปลดความอ้วนมาแล้ว ผอม สวย น่ารับประทาน หมูแฮมก็ไม่ใส่ เพราะองค์การอนามัยโลกประกาศให้หมูแฮม หมูเบคอน และไส้กรอกเป็นอาหารกลุ่มเสี่ยง มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง ของเราสายสุขภาพ ใช้หมูสามชั้นสไลซ์บางแทน ไม่มีสารก่อมะเร็ง มีแต่สารก่อไขมัน
ทีนี้ซอสที่ใช้ผัด ของเราก็หรู แทนที่จะเป็นซอสมะเขือเทศเฉยๆ ก็ผสมซีอิ๊วญี่ปุ่นลงไปหน่อยให้หอมๆ ตามด้วยซอสเปรี้ยว เพิ่มรสชาด และน้ำมันหอยนิดหน่อย เท่านี้ก็เป็นซอสแบบยากิโซบะแล้ว
วิธีการก็อนามัยกว่ามาม่าที่สหกรณ์โรงเรียนมาก เริ่มจากการต้มน้ำลวกบะหมี่ให้ขี้ผึ้ง (wax) ที่เคลือบเส้นไว้หลุดออก แล้วเทน้ำทิ้งไปก่อน นำหมูลงเจียวในกะทะกับหอมหัวใหญ่ซอยบางๆ ใส่แครอทผัดให้นิ่มลง ตามด้วยกะหล่ำปลีซอย เห็ดหอมซอย เส้นบะหมี่ และซอสผัดที่ผสมไว้ ถ้าใครชอบใส่ไข่ก็ได้ ใครไม่ชอบ ไม่ใส่ก็ได้ แล้วก็จัดใส่จาน โรยหน้าด้วยต้นคึ่นช่ายซอย
เสร็จแล้วค่ะ... มาม่าผัดซอสยากิโซบะ... อิตาดากิมัส...


วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ร้านกาแฟบูทีคในถิ่นชาวจีน





ภาพลักษณ์ของถิ่นชาวจีนในกรุงเทพกำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ ปัจจุบัน เยาวราชและถนนที่รายรอบอยู่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสดีริมถนน นักท่องเที่ยวไทยและเทศหลั่งไหลกันเข้ามาเดินในย่านนี้ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสัมผัสชีวิตของเมืองเก่าที่ยังคงรุ่งโรจน์  
ในความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปนี้ แม้ร้านกาแฟเก่าแก่มีชื่อเสียงดั้งเดิมยังคงเปิดกิจการอยู่ แต่ก็มีคนรุ่นใหม่กล้าเข้ามาเปิดกิจการร้านขายกาแฟสดในย่านนี้ด้วยเช่นกัน เป็นร้านกาแฟที่อยู่ในโรงแรมบูทีคเล็ก ๆ โรงแรมนี้ปรับปรุงจากบ้านเก่า เจ้าของบ้านเดิมเป็นมุสลิมต่างนิกายที่แต่งงานอย่างถูกต้อง แม้จะไม่เป็นที่ชอบใจของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลมากนัก บ้านถูกตกแต่งปรับปรุงใหม่ในสไตล์เดิม และร้านกาแฟก็ตกแต่งให้เข้ากับตัวบ้าน
กาแฟรสพิเศษของร้านมีอยู่สี่ห้าชนิด ได้ทดลองเลือกชิม โคลาเพรสโซ (Colapresso) เป็นโคลาผสม เอสเพรสโซ รสออกเปรี้ยว เจ้าของร้านแนะนำว่า ไปกันได้ดีกับเค้กกล้วยบวดชี แต่ไม่ได้ลอง ได้แต่จิบกาแฟ มองทัศนียภาพในสวนอย่างผ่อนคลาย
Colapresso

Boutique hotel



วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หน้าไก่ห้าแยก

 
หน้าไก่ห้าแยกทำเองเลยใช้บะหมี่สีเขียว
เมื่อก่อนนี้ที่ห้าแยกพลับพลาไชยจะมีภัตตาคารใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ช่วงกลางวันลูกค้าแน่นมาก หนึ่งในเมนูเด็ดประจำร้านคือหน้าไก่ ซึ่งจะสั่งราดข้าว หรือราดบะหมี่ก็ได้ ร้านนี้ชื่อ “เหลาะงาทิ้น” ไม่ทราบแปลว่าอะไร แต่มีคนบอก (หรือหลอกก็ไม่ทราบ) ว่าแปลว่า “ใส่งาด้วย” เพราะหน้าไก่สูตรนี้หอมน้ำมันงามาก ร้านเปิดขายมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า คนทั่วไปจะเรียกว่า “ร้านข้าวหน้าไก่ห้าแยก” และเรียกหน้าไก่ชนิดนี้ว่า “หน้าไก่ห้าแยก” ร้านนี้ได้ปิดไปช่วงหนึ่ง และต่อมาก็เปิดใหม่ในชื่ออื่น  
สมัยธุรกิจรุ่งเรือง ร้านนี้คึกคักมาก ลูกค้าแน่นทุกโต๊ะ เรียกว่าหุงข้าวแทบจะไม่ทันเลยทีเดียว เดินเข้าไปตอนเที่ยงๆ เสียงดังจ้อกแจ้กไปทั้งร้าน... ข้าวหน้าไก่ร้านดั้งเดิม(ก่อนปิดกิจการ)มีลักษณะพิเศษ คือเขาจะหุงข้าวสวยมาก เมื่อยกหม้อข้าวร้อนๆออกมาถึงหน้าร้าน ก็จะใช้น้ำมันหมูประมาณหนึ่งถ้วยข้าวต้ม ราดและคลุกให้เข้ากันทั่วทั้งหม้อ ทิ้งไว้ให้น้ำมันหมูซึมเข้าไปในเมล็ดข้าว ก่อนจะตักข้าวใส่จาน และราดด้วยหน้าไก่ ใช้ผักชีและพริกชี้ฟ้าเขียวโรยหน้านิดหน่อย ถ้าสั่งข้าวหน้าไก่ใส่ห่อกลับมาบ้าน เก็บไว้ในตู้เย็น และเมื่อจะทานนำออกมาอุ่นให้ร้อน น้ำของหน้าไก่จะซึมลงไปในข้าว ได้รสที่พอเหมาะ และมีกลิ่นผักชีหอมๆ อร่อยมาก... ร้านนี้จะมีวิธีห่อพิเศษ ก่อนสมัยหนังสติ๊ก เขาใช้เชือกกล้วยมัดห่อ ถ้าสั่งข้าวหน้าไก่ เขาจะห่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามห่อจึงจะมัดเชือกทีหนึ่ง แต่ถ้าเป็นบะหมี่หน้าไก่ ก็จะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสยอดทรงแหลม เหมือนห่อก๋วยเตี๋ยวทั่วไป มัดทีละห่อเหมือนกัน
           เดี๋ยวนี้มีคนขายหน้าไก่สูตรนี้กันทั่วไป แต่ละร้านก็ติดป้ายว่าเป็นทายาทของเหลาะงาทิ้น ร้านเดิม มีร้านเดียวไม่มีสาขา แต่ยังไม่เคยพบร้านไหนที่หุงข้าวได้เหมือนต้นตำรับเลยจริงๆ
ข้าวก็ยังไม่สวยเท่าต้นตำรับ

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ก๋วยเตี๋ยวเจ


 
ก๋วยเตี๋ยวเจ
ทุกวันนี้ คนจะทานข้าวเป็นอาหารหลักน้อยลง มีหลายมื้อที่เราทานอาหารอื่น ดังนั้น เวลาทานเจในช่วงเทศกาลทานเจเก้าวันก็อาจจะอยากทานอาหารที่ไม่ใช่ข้าวและกับบ้าง ขอเสนอนี่เลยค่ะ... ก๋วยเตี๋ยวเจ...
          วิธีทำง่ายมาก ต้มเต้าหู้หั่นเป็นชิ้นพอคำกับหางกะทิปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อย น้ำก๋วยเตี๋ยวจะมีรสหวานกะทิ ใครจะใส่เห็ดแถมไปด้วยก็ได้ พอสุกแล้วใส่ชาม แยกไว้ต่างหาก... แล้วก็ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว จะเป็นเส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ก็ได้ แต่ที่เข้ากันน่าจะเป็นเส้นเล็ก เคี้ยวหนึบๆหน่อย ลวกแล้วคลุกน้ำมันอย่าให้เส้นติดกัน แล้วก็ลวกถั่วงอก รองก้นชามแบบก๋วยเตี๋ยวทั่วไป จัดเส้นที่ลวกไว้ลงบนถั่วงอก ตักน้ำก๋วยเตี๋ยวราด-มากหรือน้อยตามชอบ โรยหน้าด้วยหัวไชโป้วสับ และใบคึ่นช่าย ปรุงรสด้วยถั่วลิสงคั่วป่น น้ำตาล น้ำมะนาว ซีอิ๊วขาว ถ้าใครชอบให้มีรสเผ็ดก็อาจเติมพริกป่นได้นิดหน่อย ช่วงเวลาทานเจจะไม่นิยมรับประทานอาหารที่รสจัดเกินไป อาหารเจเป็นอาหารที่รับประทานเพื่อความสงบระงับ ให้กายเบาเพื่อจิตใจจะได้เบา ปฏิบัติธรรมได้คล่องแคล่ว ดังนั้นนอกจากเนื้อสัตว์ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสัตว์แล้ว อาหารเจยังงดเว้นผักที่มีกลิ่นฉุนจัด เช่นต้นหอม กระเทียม ใบกุ้ยช่าย รวมทั้งของหมักดอง เช่นน้ำส้มสายชูอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

หมี่สามคำ




นี่คือภาพหมี่กะทิของร้าน Met Café (https://www.facebook.com/metcafebkk/) ที่เพื่อนเก็บไว้ให้... มีสามคำถ้วน... เพราะนัดทานกลางวันแล้วเราไปถึงบ่ายกว่า...
พอไปถึง นางก็กุลีกุจอ ตักน้ำกะทิราดหมี่ บีบมะนาว วางผักประดับให้อย่างสวยงามพร้อมกับบอกว่า “นี่เก็บไว้ให้จริงๆนะพี่ ไม่ใช่เหลือ”... ข่ะ...
แล้วก็พูดคุยถามทุกข์สุขกัน พร้อมกับขอโทษที่ไม่ได้ไปงานเผาศพคุณแม่ของนางเมื่อเร็วๆนี้... ก่อนเสียชีวิต คุณแม่ป่วยมานาน อายุก็มากแล้ว ลูกหลานจึงไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการจากไปอย่างกะทันหันมากนัก แม้จะโศกเศร้าเสียใจตามธรรมดานางก็ยังมีอารมณ์ขันพอที่จะเอามงกุฎกระดาษสวมศีรษะให้คุณแม่ตอนรดน้ำ เพราะคุณแม่เป็นคนดี ต้องไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์แน่นอน แถมไพ่หนึ่งสำรับ สำหรับรัมมี่ เกมโปรดของคุณแม่กับผองเพื่อนนางฟ้า... ส่วนเพลงที่แตรวงบรรเลงส่งคุณแม่ในวันเผาน่ะหรือ นางเดินไปบอกแตรวงว่า เพลงนางนอนอะไรมันเศร้าโศกเกินไป แม่พี่เป็นคนสนุกสนานร่าเริง เล่นเพลงให้ครึกครื้นหน่อย... จัดให้ตามใจเจ้าภาพขอรับ... แตรวงเปลี่ยนเพลงเป็น “สามสิบยังแจ๋ว” ทันที...

หลังจากหมี่กะทิใส่เนื้อปูแสนอร่อยจำนวนสามคำหมดไปแล้ว เพื่อนคนอื่นก็เลื่อนหอยแมงภู่อบซอสไวน์ขาวที่มีหอยเหลืออยู่ห้าตัวมาให้ พร้อมสั่งขนมปังอบร้อนๆมาให้หนึ่งก้อน ให้จิ้มน้ำซอสหอย... แค่นั้นก็อร่อยนะ... นี่ไม่นับขนมและไอสครีมที่ทางร้านทำเองเกือบทั้งหมด ด้วยวัตถุดิบชั้นดี 

เมื่อถึงเวลาแยกย้าย เราก็ส่งบัตรจอดรถของโรงพยาบาลฝั่งตรงข้ามให้น้องบริกรช่วยปั๊มตราให้หน่อย แต่เขาหมดสัญญาไปแล้ว ปั๊มไม่ได้ ต้องเสียค่าที่จอด เพื่อนผู้แสนดีทั้งแก๊งค์ยังรวบรวมค่าที่จอดรถมาสมทบทุนซะอีก ทำเอารู้สึกว่าหมี่กะทิสามคำนี้ช่างอร่อยจริงๆ